แล้วแต่โค้ช!มิก้าพร้อมเป็นตัวเลือกแนวรับช้างศึกแทนพรรษา

October 18, 2020 By bu 0

ปราการหลังลูกครึ่งเวลส์ กล่าวถึงการมีลุ้นลงสนามช่วยทีม หลัง พรรษา ติดโทษแบน ในเกมสำคัญ ที่เตรียมพบกับเจ้าภาพ ยูเออี ในเอเชียนคัพในสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม  ufa1688 

มิก้า ยกนวลศรี กองหลังคนสำคัญทีมชาติไทย รับรองว่าพร้อมเป็นหนึ่งในตัวเลือก ลงสนามช่วยทัพช้างศึก หลังปัจจุบัน พรรษา เหมวิบูลย์ ติดโทษแบน ในเกมสำคัญ ที่เตรียมพบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในเอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย นัดที่สาม ของกลุ่มเอ

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ลูกครึ่งไทย-เวลส์ ถูกส่งลงสนามช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในเกมที่ชนะ บาห์เรน 1-0 ทำให้หลายๆคนมองว่า เจ้าตัวอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก จากการที่เพื่อให้นร่วมทีมในแนวรับอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ ติดโทษแบน เนื่องด้วยสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ

“เอเชียนคัพ เป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผม แค่มีส่วนร่วมในเกมที่ชนะ บาห์เรน ผมก็ดีใจมากแล้วครับ ยิ่งได้โอกาสลงสนามด้วย แม้จะตรงเวลาเพียงแค่ 2 นาที แต่มันก็มีค่ากับผมมากๆ ทั้งผมรวมทั้งครอบครัว ก็รู้สึกภูมิใจ ที่สำคัญ ไม่ว่าผมจะได้ลงเล่นกี่นาที ผมก็พยายามส่งเสริมเพื่อให้นร่วมทีม ให้ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นได้” มิก้า กล่าวเริ่ม

“ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ได้รับโอกาส ผมก็พยายามลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งมันจะออกมาดี หรือเปล่าดี ผมไม่รู้ แต่ผมรู้แค่ว่า ทุกวินาทีที่อยู่ในสนาม ผมทุ่มเทกับมันมากๆ และผมคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ เพื่อให้ช่วยทีม ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ส่วนโค้ชจะเลือกใช้งานใครก่อน ผมไม่ได้ตื่นตระหนกกับนั่นเลย เพราะผมคิดว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ พร้อมเสมอ ที่จะลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

นอกจากนี้ปราการหลังจากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังกล่าวต่อว่า“ส่วนตัว ถ้าได้รับโอกาส ก็พร้อมครับ ทุกครั้ง ผมก็พยายามดูแลตัวเอง และทำตัวให้พร้อมเสมอ อย่างในรายการชิงแชมป์อาเซียน แม้ช่วงแรก ผมยังไม่ได้รับโอกาสลงเล่น แต่เมื่อโอกาสเผ่านา ผมก็พร้อมที่จะช่วยทีมทันที”

“อีกอย่าง บอลทัวร์นาเมนต์อย่างงี้ นอกจากโปรแกรมที่ค่อนข้างถี่แล้ว ยังมีเรื่องอาการบาดเจ็บ และผู้เล่นติดโทษแบน เผ่านาด้วย ดังนั้น ที่นี่ ไม่มีคำว่า ตัวจริง หรือ ผู้เล่นสำรอง ครับ เพราะทุกคนต้องทำตัวให้พร้อมที่สุดไว้อยู่แล้ว”

“เรื่องตำแหน่งการเล่น ก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ผมห่างหายจากการเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ ไปพอสมควรครับ แต่ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะส่วนตัวผม เป็นคนที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยืนหลัง 2 คน หรือ 3 คน ผมก็พร้อมครับ และถ้าได้รับโอกาสลงสนามจริงๆ ผมก็จะพยายามช่วยทีมให้ดีที่สุด”

“แน่ๆว่าการเจอกับยูเออี ที่เป็นเจ้าภาพ ก็คงเป็นเกมที่หนักและยากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เราก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว หรือไม่สบายใจครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าเราเล่นได้เป็นทีม เหมือนในเกมที่ชนะบาห์เรน ผมก็มั่นใจว่า เราจะได้ผลการแข่งขันที่ดี และสร้างประวัติศาสตร์ผ่านไปสู่รอบน็อคเอาท์เป็นนัดแรกได้ ก็หวังว่าแฟนบอลจะเป็นกำลังใจให้เราครับ”

ขณะที่การแถลงความพร้อมคราวนี้ ศิริศักดิ์ ยอดเครือญาติไทย กล่าวว่า“เกมวันพรุ่งนี้ที่เราเจอกับ ยูเออี เราคุยกันตลอดว่า พวกเขาเป็นทีมที่อดทน เกมกับบาห์เรนเราอาจทำงานกันหนักแล้ว แต่เกมกับยูเออีเราต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อให้ที่จะเข้ารอบต่อไปให้ได้”

“ทุกคนมองมาตลอดว่าเวลาทีมชาติไทยเจอกับทีมในตะวันออกกลาง ชอบมีผลงานที่ไม่ค่อยดี แต่จากนัดที่ผ่านมาจะมองว่าเราสามารถทำผลงานได้ดี ถ้าเรามีวินัย และความมุ่งมั่น ผมคิดว่าการที่เราเจอยูเออี เราต้องทำงานให้หนักขึ้น ก็หวังว่าผลงานจะออกมาดี”

“จากเกมแรกที่เราเจออินเดีย ครึ่งแรกเราทำได้ดี แต่ช่วงหลังสภาพการณ์พลิกผัน โดนลูกที่ 2 และไม่มีสมาธิ พอเกิดการเปลี่ยนแปลงโค้ช ตัวผมเองซึ่งอยู่กับทีมมาตลอด พอใช้รับหน้าที่ตรงนี้ ก็ได้คุยกับลูกทีม รวมทั้งผู้ช่วยคือ โชคทวี พรหมรัตน์ และได้มีการปรับSystemให้เหมาะสมกับตำแหน่ง”

“เช่นเดียวกับความชำนาญของนักเตะ โดยSystemนี้ เราไม่เคยซ้อมกันเลย เพิ่งจะจะมาซ้อมที่นี่ แต่จากการที่อยู่ด้วยกันมานาน ด้วยพลัง และวามรู้ความเข้าใจแท็คติก รวมทั้งจิตใจที่หนักแน่น จึงทำให้เกมออกมาดี ในแมตช์ที่เจอกับบาห์เรน”

“ยูเออี เป็นทีมที่เข้มแข็ง เรารู้มาตั้งแต่ตอนที่พบกันในรอบคัดเลือกบอลโลก จนมาถึงเอเชียนคัพ สิ่งที่ยูเออีมีคือเรื่องของเทคนิค และมีความแข็งแรง เป็นทีมที่น่ากลัว เรามองมาที่ทีมชาติไทย ผมมองว่าสิ่งที่เรามีก็คือ ความเป็นทีม และความอดทนในด้านจิตใจ รวมทั้งในด้านแท็คติกที่เรามี ที่เราจะเอาออกมาใช้ในเกมการแข่งขัน”