มีแพ้มีชนะ! โค้ชโชคยักไหล่เสียสถิติคุมท่าเรือไร้พ่าย

September 28, 2020 By bu 0

กุนซือสิงห์เจ้าท่า ยินดีกับ แข้งเทพ ที่คว้า 3 คะแนนจากพวกเขา พร้อมยักไหล่เสีย Stats  ufa1688  คุมทีมไร้พ่าย

โชคทวี พรหมรัตน์ กุนซือการท่าเรือ เอฟซี ยอมรับว่า ทรู แบงค็อกฯ จบสกอร์ได้ดีกว่าทีมของตนเอง ทำให้เปิดบ้านชนะไปได้ 2-0 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 25 วันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สิงห์เจ้าท่า เสีย 2 ประตูในช่วงครึ่งเวลาหลัง ทำให้ โชคทวี พรหมรัตน์ ถูกหยุด Stats คุม สิงห์เจ้าท่า ไม่แพ้ใคร ไว้ที่ 6 นัดติดต่อกัน

“ก่อนอื่นต้องยินดีกับ ทรู แบงค็อก ด้วย เกมนัดนี้ เราทั้งคู่ต้องการ 3 คะแนน ช่วงแรก เราเล่นได้  ok ครับ แต่ในแง่การเพรสซิ่ง เรายังทำได้ไม่ดีนัก ต่อไปครึ่งเวลาหลัง เราก็มาเสียประตูเร็ว จึงทำให้สถานการณ์เปลี่ยน แต่ทุกคนก็เต็มที่แล้วครับ และ เราก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เอาเป็นว่าเราต้องกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นครับ”

“อย่างที่บอก เราเน้นแมตซ์ต่อแมตซ์ เพราะมันสำคัญทุกเกม ส่วนนัดนี้ ก็ยอมรับว่า ทรู แบงค็อกฯ ทำได้ดีกว่าเรา ในแง่การจบสกอร์ครับ”

“เรื่องเสีย Stats ไร้พ่าย ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ ฟุตบอลมันมีแพ้ มีชนะอยู่แล้ว ช่วงแรกๆ อาจเป็นเพราะผมมีดวงด้วยก็ได้ (ยิ้ม) ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ครับ”

“หลังจากนี้ ก็ปล่อยให้ทุกคนผ่อนคลายครับ พอกลับมาค่อยว่ากันใหม่ครับ” อดีตกุนซือแชมป์ซีเกมส์ ปี 2015 ปิดท้ายหลังหมดเวลา

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2019 นัดที่ 25 ระหว่าง พีที ประจวบ เอฟซี อันดับ 12 พบ สมุทรปราการ ซิตี้ อันดับ 5 ที่สนาม สามอ่าว สเตเดียม เวลา 20.00 น.

ต่อพิฆาต ล่าสุดเปิดบ้านทุบ ทรู แบงค็อกฯ 1-0 ไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันรวมทุกรายการ แต่เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ภูริทัต จาริกานนท์ ที่ติดโทษแบน นอกนั้นอยู่กันครบนำโดย วันเฉลิม ยิ่งยง , อัดนัน โอราโฮวัช และ เมารินโญ

เขี้ยวสมุทร หยุด Stats แพ้รวดไว้ที่ 4 นัด หลังล่าสุดบุกเข่น ชัยนาท ฮอร์นบิล 3-2 แต่เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน บวร ตาปลา และ สราวุธ กัลยาณบัณฑิต ที่ติดโทษแบน นอกนั้นอยู่กันครบ นำโดย พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี , เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และ อิบสัน เมโล

น.25 ปราการ ได้ลุ้นประตูเมื่อ ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ได้บอลจากทางด้านข้างสอดตัวเข้ามายิงแต่ยังไม่แรงพอเข้ามือ ขวัญชัย สุขล้อม

น.33 ประจวบ ได้ลุ้นประตูจากจังหวะยิงไกลของ เมารินโญ ที่แตะหนีแนวรับปราการแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

น.45 จักพัน ไพรสุวรรณ ไปเสียบสกัดข้างหลัง สุพจน์ จดจำ ผู้ตัดสอนเป่าให้เป็นจดโทษทันทีและเป็น เมารินโญ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดพา ประจวบ นำ 1-0 และครึ่งเวลาแรกจบด้วยสกอร์นี้

น.64 จักพัน ไพรสุวรรณ หลอกยิงฟรีคิกระยะ 30 หลา บอลโค้งไปทางเสาแรกแต่ ขวัยชัย สุขล้อม ยังบินมาปัดออกหลังไว้ทันพลาดให้ปราการไล่ประตูตีเสมอ

น.80 ประจวบ ขยับสกอร์เป็น 2-0 เมื่อ ฟิลิป เมนดี้ ที่เพิ่งถูกส่งลงสนามมาครอสบอลจากทางขวาลอยมาเสา 2 เป็น สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ไร้ตัวเกาะติดกระโดดแปย้อนเข้าเสาแรกไป และเป็นประตูที่ 4 ของตัวเขารวมทุกรายการ

น.86 ปราการ เกือบได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ จักพัน ไพรสุวรรณ ซัดฟรีคิก 30 หลา ขวัญชัย สุขล้อม ปัดบอลไม่ดีย้อยเกือบข้ามเส้นประตูแต่ยังแก้ตัวทุบออกไว้ได้

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติมเป็น พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านอัด สมุทรปราการ ซิตี้ 2-0 เก็บ 3 คะแนนมีเพิ่มเป็น 31 คะแนน ขยับขึ้นที่ 10 ของตารางชั่วคราว

รายชื่อ 11 ตัวจริง

พีที ประจวบ : ขวัญชัย สุขล้อม(GK), ซีเกต หมาดปูเต๊ะ, อาร์ตยอม ฟิลิโปสยาน, อัตนาน โอราโฮวัช, วีระวุฒิ กาเหย็ม, ภานุวัฒน์ จินตะ,รัชพล นาวันโน, เมารินโญ(ฟิลิป เมนดี้ น.78),วันเฉลิม ยิ่งยง (สมภพ นิลวงษ์ น.84), สิโรจน์ ฉัตรทอง, สุพจน์ จดจำ(อมร ธรรมนาม น.60)

สมุทรปราการ ซิตี้ : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล(GK), จักพัน ไพรสุวรรณ,นพพล พลคำ,คิม พยุง แร,พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ธีรพล เยาะเย้ย,เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์,พิชา อุทรา , อิบสัน เมโล,ชญาวัต ศรีนาวงษ์,กฤษพรหม บุญสาร
หมดเวลา ทรู แบงค็อกฯ ในยุค มาโน โพลกิ้ง รักษา Stats ไม่เคยแพ้ การท่าเรือ เอฟซี ต่อไป ด้วยการเปิดบ้านชนะ 2-0 และเป็นเหตุให้ สิงห์เจ้าท่า ภายใต้การคุมทัพของ โชคทวี พรหมรัตน์ เผชิญกับความปราชัย นัดที่หนึ่ง

สำหรับทั้งคู่ จะกลับมาพบกันอีกครั้ง ในช้าง เอฟเอคัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 กันยายนนี้ ที่สนามบุณยะจินดา

11 ผู้เล่นตัวจริง

ทรู แบงค็อกฯ : ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด (GK) – มิก้า ชูนวลศรี , เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส (ใบเหลือง น.72) , มานูเอล ทอม เบียรห์ (ใบเหลือง น.28) , พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ใบเหลือง น.42) – ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร , แอนโทนี อำไพพิทักษ์วงศ์ (ชยธร เทพสุวรรณวร น.83) , วิศรุต อิ่มอุระ (ทริสตอง โด น.64) – ปกเกล้า อนันต์ , ชนานันท์ ป้อมบุบผา (เนลสัน โบนิญา น.64) , วานเดอร์ หลุยส์

การท่าเรือ เอฟซี : วรวุฒิ ศรีสุภา (GK) – นิติพงษ์ เสลานนท์ , เอเลียส ดอเลาะ , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (ใบเหลือง น.43) , มาร์ติน สตูเบิล – โก ซุล กิ , ศิวกร จักขุประสาท – บดินทร์ ผาลา (นูรูล ศรียานเก็ม น.73) , เซร์คิโอ ซัวเรส , โจซิมาร์ โรดริเกวซ – โรลันโด แบล็คเบิร์น (เจนรบ สำเภาดี น.61)