ประวัติ เมาโร อิคาร์ดี้

September 25, 2020 By bu 0

ชื่อ : เมาโร อิคาร์ดี้
เชื้อชาติ : อาร์เจนติน่า
วันเกิด : 19 กุมภาพันธ์ 1993
อายุ : 22 ปี   ufa1688 
สถานที่เกิด : โรซาริโอ , อาร์เจนติน่า
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : อินเตอร์ มิลาน

ประวัติ
     ในหลายๆครั้งเราชอบเห็นทีมที่มีผลงานยอดเยี่ยมมีศูนย์หน้าตัวเก่งๆไว้คอยถล่มประตู แต่ในฤดูนี้มี 1 ทีมที่ฟอร์มดูไม่ดีเอาซะเลยแต่ทว่าพวกเขาก็มีเครื่องจักรถล่มประตูที่เป็นถึงว่าที่รองดาวซัลโวประจำลีกโดยเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เมาโร อิคาร์ดี้ ศูนย์หน้าชาว อาร์เจนติน่า จากสโมสร อินเตอร์ มิลาน โดยในฤดูนี้เขาซัดไปแล้ว 19 ประตูเป็นรองเพียง คาร์ลอส เตเบซ เท่านั้นที่ยิงไปได้ 20 ประตู แต่ทว่าเขาเองก็ยังมีลุ้นแย่งตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูนี้มาครองอยู่หลังยังเหลือการแข่งขันอีก 2 เกม วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเขากัน

     เมาโร อิคาร์ดี้ ถูกมองว่าเป็นศูนย์หน้า ''เบดบอย'' คนใหม่สำหรับศึก กัลโช่ เซเรีย อา ไปเลย หลังจากพฤติกรรมทั้งในและนอกสนามดูจะห้าวๆตามประสาวัยรุ่นมากเกินไป โดยเรื่องอื้อฉาวที่ถูกเอ๋ยถึงกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเมื่อตอนที่เขายังค้าแข้งอยู่กับ ซามพ์โดเรีย โดยเขาดันไปแต่งงานกับแฟนเก่าของเพื่อให้นร่วมทีมอย่าง แม็กซี่ โลเปซ ทั้งๆที่ วานด้า นาร่า เพิ่งจะเลิกกับ แม็กซี่ โลเปซ ไปได้เพียง 5 เดือนแค่นั้นจึงทำให้หลายข้างเชื่อกันว่า อิคาร์ดี้ กับ นาร่า น่าจะมีสัมพันธ์กันแบบลับๆกันตั้งแต่ตอนที่ นาร่า ยังเป็นแฟนกับ โลเปซ แน่ๆ และด้วยปัญหานี้ก็ทำให้ อิคาร์ดี้ ต้องหาสังกัดใหม่โดยเร็ว แต่ทว่านั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเพราะด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน ก็ไม่ลังเลเลยที่จะดึงเขาเข้าไปร่วมทีม

สโมสร บาร์เซโลน่า (2008-2011)
     ในปี 2008 อิคาร์ดี้ ถือว่าเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองจาก สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมมากไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลน่า เรอัล มาดริด บาเลนเซีย อาร์เซน่อล หรือ หงส์แดง โดยสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็เลือกที่จะซบ ''เจ้าบุญทุ่ม'' บาร์เซโลน่า เมาโร อิคาร์ดี้ ออกสตาร์ทในฐานะนักเตะของ บาร์เซโลน่า รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในฤดู 2008-2009 แต่ทว่าดูเหมือนตัวเขาเองจะไม่รุ่งสักเท่าไหร่ ทั้งยังยังไม่เคยได้ลงสนามในฐานะนักเตะชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า แม้แต่เกมเดียวเลยด้วยซ้ำ ทำให้ อิคาร์ดี้ ถูกส่งให้ ซามพ์โดเรีย ยืมตัวไปใช้งาน ในช่วงเดือน มกราคม 2011

สโมสร ซาม์โดเรีย (2011-2013)
     11 มกราคม 2011 อิคาร์ดี้ ย้ายมาอยู่กับ ซามพ์โดเรีย ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งในระหว่าง 6 เดือนที่เขาอยู่กับทัพ ''ลาซามพ์'' อิคาร์ดี้ ได้โอกาสลงสนามไป 19 เกม และยิงไปได้ถึง 13 ประตูด้วยกัน ซึ่งทำให้ ซามพ์โดเรีย ติดใจในฟอร์มการถล่มประตูของเขาและขอยื่นซื้อขาดจาก บาร์เซโลน่า ในทันทีด้วยค่าตัวเพียง 4 แสนยูโร(ประมาน 15 ล้านบาท) แค่นั้นโดยเซ็นสัญญากันทั้งหมด 3 ปี

     12 พฤษภาคม 2012 เมาโร อิคาร์ดี้ เปิดตัวในฐานะนักเตะชุดใหญ่ของ ซามพ์โดเรีย เป็นเกมแรกในเกมที่พบกับ สตาเบีย โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน บรูโน่ ฟอร์นาโรลี่ ในนาทีที่ 75 ของเกม ซึ่ง อิคาร์ดี้ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้นในสนามก็จัดการซัดประตูชัยให้กับทัพ ''ลาซามพ์'' ได้สำเร็จ ช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-1

     6 มกราคม 2013 อิคาร์ดี้ ดังเป็นพลุแตกใน อิตาลี หลังเจ้าตัวโชว์กดคนเดียว 2 ประตูพา ซามพ์โดเรีย บุกไปเอาชนะ ยูเวนตุส ได้ถึงถิ่น 2-1 ไม่รู้ว่าฟอร์มจากการเล่นในวันนี้หรือเปล่าที่ทำให้ไปเตะตาเตะใจของ อินเตอร์ มิลาน เข้าและจัดการดึงตัวเขาเผ่านาร่วมทัพ ซึ่งในเดี๋ยวนี้เองที่ อิคาร์ดี้ กำลังมีปัญหาเรื่องนอกสนามกับเพื่อให้นร่วมทีมอย่าง แม็กซี่ โลเปซ ทำให้เจ้าตัวก็ทำไรไม่ได้มาก ก่อนจะโดนบอร์ด ซามพ์โดเรีย ตัดสินใจปล่อย อิคาร์ดี้ ให้ย้ายไปซบกับ ''งูใหญ่'' เมาโร อิคาร์ดี้ ลงสนามให้กับ ซามพ์โดเรีย ไปทั้งหมด 33 นัด ยิงได้ 11 ประตู

สโมสร อินเตอร์ มิลาน (2013-ปัจจุบัน)
     เดือน เมษายน 2013 เมาโร อิคาร์ดี้ หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่ในถิ่น จูเซปเป้เมียซซ่า จนได้ โดยที่ทั้งสองข้างไม่ได้ออกมาเปิดถึงเรื่องค่าตัวของศูนย์หน้ารายนี้อะไร ในช่วงปรีซีซั่น เมาโร อิคาร์ดี้ ถูกส่งลงเปิดฉากสนามในทันที และเขาก็สามารถทำประตูได้ด้วยในเกมที่เสมอกับ ฮัมบูร์ก ไป 1-1 โดยมาซัดประตูได้ในช่วง 2 นาทีสุดท้ายของเกมจากการผ่านบอลมาให้ของ เฟรดดี้ กัวริน

     25 สิงหาคม อิคาร์ดี้ ได้ลงสนามในนัดอย่างเป็นทางการจนได้ โดยถูกส่งลงมาในช่วงช่วงหลังในเกมที่ อินเตอร์ มิลาน สามารถเปิดบ้านเอาชนะ เจนัว ไปได้ 2-0 โดยในเกมนี้เจ้าตัวยังไม่สามารถทำประตูได้โดยยิงชนคานไปหนึ่งหน ประตูแรกของ อิคาร์ดี้ อย่างเป็นทางการในสีเสื้อของ อินเตอร์ มิลาน เกิดขึ้นในเกมกับ ยูเวนตุส เมื่อ 14 กันยายน ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 โดย อิคาร์ดี้ ถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 73 ของเกม ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ได้รับอาการบาดเจ็บทำให้ครึ่งฤดูแรกศูนย์หน้าชาว อาร์เจนติน่า รายนี้พลาดในการลงสนามให้กับต้นสังกัดไปหลายเกมอยู่เหมือนกัน
     โดยต้องรอกันจนถึงเดือน กุมภาพันธ์ เมาโร อิคาร์ดี้ กลับมาลงสนามได้อีกทีนึง โดยเขาถูกส่งลงในเกมพบกับ โบโลญญ่า และ ซามพ์โดเรีย ติดต่อกันในทันที แฮตทริคแรกของเขาต้องรอกันถึงฤดูนี้เลยทีเดียว โดยเป็นเกมที่พบกับ ซาสซูโอโล่ ที่ อินเตอร์ มิลาน ไล่ถลุงไปถึง 7-0 เมื่อ 14 กันยายน 2014 ถึงตอนนี้ อิคาร์ดี้ ลงสนามให้กับ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้ว 54 นัด ยิงไปได้ 27 ประตู ซึ่งในฤดูนี้เขายังมีลุ้นเป็นดาวซัลโวประจำศึก กัลโช่ เซเรีย อา อีกด้วยหลังตามหลัง คาร์ลอส เตเบซ จาก ยูเวนตุส อยู่เพียงลูกเดียวเท่านั้นและเหลือการแข่งขันอยู่อีก 2 เกม

ทีมชาติ
     สิงหาคม 2012 อิคาร์ดี้ ถูกเรียกไปติดทีมชาติ อาร์เจนติน่า รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี โดยเขาเปิดตัวในนัดที่พบกับ ทีมชาติ เยอรมัน โดยเขาต้องรอถึง กุมภาพันธ์ 2013 ฝันของเขาในการได้สวมชุดทีมชาติ อาร์เจนติน่า ชุดใหญ่เป็นจริงเสียที ซึ่งเขาได้ลงเล่นแมตช์อย่างเป็นทางการกับทีมชาติชุดใหญ่ไปเพียงเกมเดียวแค่นั้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2013 โดยเขาถูกส่งลงสนามไปแทน อากุสโต้ เฟอร์นานเดซ ในนาทีที่ 82 ในศึก ฟีฟ่า เวิล์ดคัพ รอบคัดเลือก โดยเกมนั้น อาร์เจนติน่า แพ้ให้กับ อุรุกวัย ไป 2-3

เรื่องรัก 3 เส้าของ มักซี่, อิคาร์ดี้ และวานด้า…ที่ไม่มีทั้งพระเอกและผู้ร้าย
3 สิ่งที่ผู้ชายห้ามยืมกันโดยเด็ดขาดคือ รถ,ปืน และ เมีย….

 

ว่ากันว่าลูกผู้ชายตัวจริงนั้นคือมนุษย์จำพวกที่ถือศักดิ์ศรีมากกว่าเงินทอง “ใจเเลกใจ” คือสิ่งที่พวกเขาต้องการจะได้รับจากผู้คนที่อยู่รอบกาย แต่โลกจริงมันไม่สวยงามเหมือนในภาพยนตร์ การทรยศหักหลังจึงเกิดขึ้นได้เสมอ เรื่องเล็กๆอาจแพร่กระจายแปลงเป็นเรื่องใหญ่ได้โดยง่ายถ้าให้ความไว้วางใจกันจนมากเกินไป  และนี่คือเรื่องราวคนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน "มักซี่ โลเปซ, เมาโร อิคาร์ดี้ และโจทย์รักของเรื่อง วานด้า นาร่า"

แม้จะอายุน้อยแต่ เมาโร อิคาร์ดี้ ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุณวุฒิบนสงเวียนหญ้าของเขาไม่เคยน้อยหน้าใคร แต่ถึงอย่างนั้นการทำตามเสียงหัวใจของเขากลับแปลงเป็นเรื่องที่ทำให้ทีมงานนักเตะ และสต๊าฟฟ์ของ อาร์เจนติน่า ต้องเสียแกลายเป็น 2 ข้าง

ข้างแรกมองเกี่ยวกับประตูอย่างมากที่ อิคาร์ดี้ ยิงได้ก็เป็นสิ่งที่สมควรที่จะทำให้เป็นคนสำคัญในทีมชาติ ขณะที่อีกข้างมองว่าความประพฤติปฏิบัติตามใจของเขา คือ สิ่งที่น่ารังเกียจ จนเกินกว่าจะได้รับเกียรติในฐานะตัวแทนของคนทั้งชาติ

เขาร้ายจริงไหม และใครเป็นคนผิด?
พี่ชายที่เเสนดี
ย้อนกลับไปในช่วงปี  2011 ซึ่งเป็นปีที่ มักซี่ โลเปซ เป็นหนึ่งในนักเตะซีเนียร์และคนสำคัญของ ซามพ์โดเรีย ก่อนหน้านั้น มักซี่ เผชิญโลกกว้างในโลกลูกหนังมาพักใหญ่ เขาเคยเล่นให้กับหลายลีกหลายประเทศ รวมทั้งมีช่วงเวลาสั้นๆกับบาร์เซโลน่า ทีมดังจาก สเปน  คุณวุฒิและวัยวุฒิของ มักซี่ ทำให้เพื่อให้นร่วมทีมผู้คนจำนวนมากนับถือเขาแม้จะมาอยู่กับทีมได้ไม่นานก็ตาม  เขามีครอบครัวที่อบอุ่น เขาแต่งงานและใช้ชีวิตคู่กับ วานด้า นาร่า มาตั้งแต่ปี 2008 มีลูกชาย 2 คน (ณ เวลานั้น) พูดได้ว่านี่คือชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นที่ใครก็ต่างถวิลหา ทุกอย่างดูจะดำเนินไปได้สวยเพราะ มักซี่ กำลังยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ วานด้า และลูกๆก็ตั้งหลักกับชีวิตในอิตาลีได้เเล้ว หลังจากชีวิตก่อนหน้านี้ต้องเดินทางไม่ได้อยู่กับที่เพราะ มักซี่ เคยค้าแข้งทั้งใน อาร์เจนติน่า, สเปน,บราซิล หรือแม้แต่กระทั่งรัสเซีย

อย่างไรก็ตามทุกสิ่งที่ได้แพลนไว้ก่อนหน้านี้ก็ต้องเจอกับความยุ่งเหยิงเมื่อ "ลา ซามพ์" ประกาศซื้อตัว เมาโร อิคาร์ดี้ นักเตะดาวรุ่งวัย 18 ปี มาร่วมทีม…

มักซี่ กับ อิคาร์ดี้ มีความเหมือนกันอยู่หลายอย่าง ประการแรก ทั้งคู่มาจากอาร์เจนติน่าที่อยู่ไม่ติดบ้าน ต้องออกมาค้าแข้งในต่างเเดนตั้งแต่ยังเด็ก ประการที่ 2 คือพวกเขามีช่วงเวลาในการเล่นให้ บาร์เซโลน่า และไม่สามารถแจ้งเกิดได้เหมือนกัน และประการที่สุดท้าย คือ พวกเขาต่างรู้ว่าเมื่อมีคนบ้านเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน พวกเขาต้องสนิทกันเข้าไว้

ณ เวลานั้น มักซี่ มีค่าจ้างมากกว่า มีชื่อมากกว่า มีของหรูหราใช้มากกว่า ขณะที่ อิคาร์ดี้ แค่ถูกกล่าวถึงในฐานะนักเตะวัยรุ่นค่าตัว 400,000 ยูโร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ มักซี่ ที่ต้องคอยทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีให้กับน้องชายผู้มาใหม่

อิคาร์ดี้ ก็มองว่า มักซี่ คือหนึ่งในไอดอลของเขาเหมือนกัน ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนอยู่กับ บาร์เซโลน่า ถือว่าเป็นตอนๆเวลาที่คาบเกี่ยวกัน มักซี่ เล่นให้ทีมชุดใหญ่ ขณะที่ อิคาร์ดี้ เป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาในทีมชุดเยาวชนรุ่นยู 12  มีการเปิดเผยภาพถ่ายเวลาที่กาตาลันเมื่อครั้งอดีต ซึ่งก็พบว่า อิคาร์ดี้ คือเด็กน้อยใส่เยลผมตั้ง สวมหมวกแก็ป เเละมาขอลายเซ็น มักซี่ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

เรื่องราวทั้งหมดนี้จึงไม่แปลกนักที่ทั้ง มักซี่ และ อิคาร์ดี้ เข้าคู่กันได้ดีในฐานะเพื่อให้นร่วมทีม