ประวัติ วิลเฟร็ด ซาฮา แนวรุกที่ดีที่สุดในทวีปแอฟริกา

September 23, 2020 By bu 0

วิลเฟร็ด ซาฮา (Wilfried Zaha) เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1992 ในเมือง อาบีจาน ของประเทศ ไอวอรีโคสต์ เขาได้เดินทางย้ายตามครอบครัวมาอยู่ในประเทศเมืองผู้ดีตั้งแต่ในวัยเด็กและได้เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับอคาเดมี่ของสโมสร คริสตัล พาเลซ

เขาใช้เวลาฝึกซ้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ถึง 4 ปีพร้อมกัน ก่อนที่จะได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อต่างๆ ว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะได้รับสัญญาอาชีพเป็นระยะเวลายาวถึง 5 ปีพร้อมกัน และได้ก้าวขึ้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรฤดูกาล 2010-2011 และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญของ คริสตัล พาเลซ ได้ในทันที จนกระทั่งในปี 2013 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เห็นฟอร์มการเล่นของ ซาฮา และได้ตัดสินใจที่จะซื้อตัวเขาเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในทันที    ufa1688 

ประสบการณ์ที่น่าจดจำ กับ Manchester United
zaha-manunited
วิลเฟร็ด ซาฮา เป็นนักฟุตบอลคนสุดท้ายที่ เฟอร์กี้ ซื้อมาร่วมทีม แมนฯยูไนเต็ด

หลังจากที่ วิลเฟรด ซาฮา ได้ก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร คริสตัล พาเลซ และโชว์ฟอร์มเทพออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นจดกลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากของนักข่าวหลายสำนัก ทำให้เขาได้รับข้อเสนอเข้ามาอย่างมากมาย ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนาน จะนัดเจอกับเขาเป็นการส่วนตัวและโน้มน้าวใจของเขาให้เลือกย้ายมาค้าแข้งให้กับสโมสร Manchester United แม้ว่าว่าตัวเขาจะเป็นแฟนคลับของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ ก็ตาม

ในปี 2013 ซาฮา ได้ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ และนี่ยังถือว่าเป็นการ ซื้อ-ขาย นักเตะเป็นครั้งสุดท้ายของกุนซือระดับตำนานของ “เฟอร์กี้” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนที่จะรีไทร์ออกจากการคุมทัพปีศาจแดง

วิลฟรีด ซาฮา ได้กลายเป็นดาวเตะของ แมนฯ ยู ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของกุนซือ โดยในเวลานั้นทางสโมสรได้เลือกแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่ของทางสโมสร และเริ่มทำทีมไปในทิศทางของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจในตัวของนักเตะรายนี้เลยแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้ ซาฮา เริ่มที่จะไม่มีความสุขกับสโมสรและเกิดความสับสนว่าตัวเองย้ายทำอะไรอยู่

หลังต่อไปไม่นานตัวเขาก็เริ่มมีข่าวในแง่ลบกับกุนซือหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องที่เขามีสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับลูกสาวของ มอยส์ รวมไปถึงข่าวเรื่องการย้ายทีมอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ตลอดในถิ่น ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาจึงกลายเป็นนักฟุตบอลที่ไม่มีความมั่นใจในฟอร์มการเล่นของตัวเองอีกต่อไป จนกระทั่งฤดูกาล 2014-2015 เขาได้ได้ไปร่วมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในสัญญายืมตัวในระยะเวลา 1 ปีพร้อมกัน

เรียกความมั่นใจกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
zaha-cardiff-city
ซาฮา ได้ย้ายไปร่วมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในสัญญายืมตัว

ฤดูกาล 2014-2015 วิลฟรีด ซาฮา ได้ย้ายมาอยู่กับทางสโมสร คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัว จากการคุมทัพของตำนานหัวหอกอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ได้เข้ามารับงานเป็นกุนซือเป็นครั้งแรกและได้สนใจที่จะดึงตัว ซาฮา เข้ามาเล่นให้กับทางสโมสรแห่งนี้

วิลเฟรด ซาฮา ได้ใช้เวลาปรับตัวเข้าร่วมทีมได้อย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงได้อีกครั้ง เขากลายเป็นกำลังหลักของคาร์ดิฟฟ์และเป็นที่รักของสาวกอย่างมากมาย ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเป็นอย่างมากในช่วงชีวิตการค้าแข้งของเขา ก่อนที่จะได้รับอาการเดี้ยงในช่วงระหว่างการฝึกซ้อม ทำให้เขาต้องถูกส่งตัวกลับมาที่สโมสรสโมสรเพื่อทำการรักษาอาการเดี้ยงในทันที ก่อนที่จะหายกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และถูกส่งให้กับทาง คริสตัล พาเลซ ยืมตัวไปใช้งานต่ออีกครั้ง

กลับบ้านเก่า คริสตัล พาเลซ อีกครั้ง
zaha-crystai-palace

หลังจากที่หายเจ็บกลับมา วิลเฟร็ด ซาฮา ได้ถูกทางสโมสร ปีศาจแดง ส่งตัวให้ทางทีมเก่าอย่าง คริสตัล พาเลซ ยืมตัวไปใช้งาน เพื่อเรียกฟอร์มสุดยอดของตัวเองกลับมา ซึ่งเขาก็สามารถกลับมาเล่นร่วมเพื่อนเก่าได้อย่างรวดเร็ว โดยเขาได้กลับมาเล่นในถิ่นเซลเฮิสต์พาร์กในตำแหน่งตัวจริงตั้งแต่เกมแรกที่ได้กลับมา และยังช่วยให้สร้างสรรค์เกมรุกให้กับ คริสตัล พาเลซ จนสามารถช่วยให้ทีมหนีรอดและไม่ตกชั้นได้สำเร็จ

จนกระทั่งในช่วงปิดฤดูกาล ซาฮา เริ่มที่จะมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองในสโมสร Manchester United และได้ตัดสินใจรับข้อเสนอซื้อขาดจากทางสโมสร คริสตัล พาเลซ ในทันที เพราะต้องการที่จะลงสนามตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ

เขาได้กลับมาเป็นนักฟุตบอลของสโมสร คริสตัล พาเลซ อีกครั้ง โดยได้รับการต้นรับกลับบ้านจากเหล่ากองเชียร์เป็นอย่างดี ทำให้เขามีความรู้สึกอบอุ่นและพร้อมที่จะกลับมาช่วยทีมสู้ศึก Premier League ฤดูกาลต่อไปอีกครั้ง เขาเริ่มฝึกซ้อมและเข้าฟิตเนสหนักขึ้น เพื่อเสริมสร้างร่างกายของตัวเองให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะกลับมามีฟอร์มการเล่นที่สุดยอดได้อีกหนึ่งครั้ง ซาฮา พัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถติดทีมยอดเยี่ยมของ Premier League ประจำอาทิตย์ได้อย่างหลายครั้ง ลีลาการเล่นของเขาเปรียบเสมือนเป็นฝันร้ายของกองหลังของทีมคู่แข่ง เพราะยากที่จะเข้าถึงบอลได้ จนสามารถอัพค่าตัวขึ้นไปถึง 70 ล้านปอนด์ ได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งช่วงเปิดตลาดก่อนเริ่มฤดูกาล เขากลายเป็นดาวเตะที่ได้ถูกสนใจจากมากมายสโมสร และดูเหมือนว่าเขาก็มีความต้องการที่อยากจะก้าวขึ้นไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ บนเวทีระดับรุโรป และเกือบที่จะได้ย้ายไปค้าแข้งอยู่กับสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ ในที่สุด แต่เนื่องจากงบประมาณในการใช้จ่าย ซื้อ-ขาย นักเตะของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ มีไม่เพียงพอที่จะซื้อตัว วิลเฟรด ซาฮา ไปร่วมทีมได้ ทำให้ดีลการย้ายทัพของเขายังคงไม่เกิดขึ้นแม้แต่อย่างใด

การลงเล่นทีมชาติของ วิลเฟรด ซาฮา
wilfried-zaha-national

ซาฮา เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับอคาเดมี่ของสโมสร คริสตัล พาเลซ และได้โชว์ฟอร์มการเล่นที่สุดยอดออกมาจนมีชื่อติดทีมชาติเมืองผู้ดีในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ก่อนที่ในปี 2012 เขาจะถูกเรียกตัวติดทีมชาติ England ในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี อีกครั้ง ก่อนที่จะมีโอกาสก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเมืองผู้ดีชุดใหญ่ แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธการติดทีมชาติในครั้งนี้ เพราะต้องการที่จะเล่นให้กับทีมชาติไอวอรีโคสต์ เพราะเป็นชาติบ้านเกิดของเขา และต้องการที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อประเทศ ไอวอรีโคสต์ อีกด้วย

เขามีชื่อติดทีมชาติไอวอรีโคสต์ ครั้งแรกเดือนมกราคม 2017 ในการแข่งขัน แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ โดยเขาได้ลงสนามในนามทีมชาติเป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในเกมนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติสวีเดน ซึ่งเขาก็สามารถช่วยให้ทีมชาติไอวอรีโคสต์ เอาชนะไปได้ 2-1 ก่อนที่การแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวเขาก็สามารถนำทีมชาติไอวอรีโคสต์เข้ารอบลึกได้ จากสไตล์การเล่นที่มีความคล่องตัว และยังสามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง เขาจึงเป็นดาวเตะที่ได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ

วิลเฟรด ซาฮา กลายเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ฮอตที่สุดในยุโรปเมื่อปี 2012 หลังจากที่เขาถูกจับตามองจากหลายสโมสรชั้นนำใน England  เนื่องจากทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับคริสตัล พาเลซ ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับปีศาจแดง ในเวลาต่อมา

ซาฮานั้นเกิดที่ไอวอรี่ โคสต์ แต่ก็ย้ายมาอยู่ใน England กับครอบครัวที่มีพี่น้อง 9 คนตั้งแต่ยังเด็กๆ ต่อไปเขาก็เข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของคริสตัล พาเลซ ตอนอายุ 15 ปี

หลังจากพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมา เขาก็ได้รับโอกาสเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรองเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2010 โดยผู้ที่ส่งเขาลงไปก็คือกุนซือชั่วคราวอย่าง พอล ฮาร์ท ต่อไปก็ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เป็นการถาวรอย่างไม่คาดฝันภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนใหม่ จอร์จ เบอร์ลี่ย์ เขายิงประตูใส่เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในวันแรกของฤดูกาล 2010-2011 ก่อนจะสร้างความประทับใจเรื่อยมา

ในปี 2011 ปีกรายนี้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเมืองผู้ดีชุดยู-19 เป็นเวลาไม่นานนักก่อนที่จะได้เลื่อนขั้นไปติดทีมชุดยู-21 เท่านั้นยังไม่พอยังมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ในเกมอุ่นเครื่องกับสวีเดนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 อีกด้วย (ซาฮายังสามารถเลือกเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ได้อยู่ เนื่องจากว่าเขายังไม่ได้ลงเล่นในเกมระดับแข่งขันจริงให้กับทีมชาติ England )

แมนฯ ยู กลายเป็นทีมที่ปาดหน้าคู่แข่งรายอื่นๆ ในการซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเบื้องต้น 10 ล้านปอนด์ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม 2013

จุดแข็งของเขาคือความเร็ว และทักษะ สามารถเลี้ยงบอลจี้เข้าหากองหลังได้ นอกจากนี้ก็ยังสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขายังต้องปรับมุมมองสำหรับเกมการเล่นของเขาอยู่ เขายิงได้ 6 ประตู จากการลงเล่น 41 เกม ในฤดูกาล 2011-2012 ซึ่งก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของสาธารณชนทันที

เขามีสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว มีเล่ห์เหลี่ยม สร้างสรรค์ เป็นดาวรุ่งมากทักษะผู้สามารถทำให้โลกทั้งใบอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของเขาได้เลย

"เขาคือนักเตะที่มีความพิเศษ หาตัวจับยาก มีทักษะเหลือเฟือ ผมไม่เคยทำงานร่วมกับนักเตะคนไหนที่เหมือนกับเขาเลย เขาชอบจะต้องการบอลอยู่ตลอดเพื่อไปเล่นงานกองหลัง ไม่ว่าจะต้องเจอพวกนั้นมากแค่ไหน เขาก็จะคว้ำชนะได้อยู่ตลอด… มันน่าทึ่งสำหรับผม แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาทำอะไรแบบนั้นไปได้ยังไง หวังว่ากองเชียร์จากทั่วทั้งประเทศจะได้เห็นเขาพัฒนาฝีเท้ามากยิ่งขึ้นกว่านี้อีก เพราะเขาน่ะคือของจริง ที่คุณต้องทำก็แค่จ่ายบอลไปให้กับเขา ผมสังเกตเห็นว่านักเตะของผมมักจะจ่ายบอลไปให้เขาอยู่เสมอๆ นั่นก็เพราะว่ายิ่งเขาได้บอลมากเท่าไหร่ ทีมก็จะยิ่งเล่นได้ดีมากขึ้นไปด้วย" เอียน ฮอลโลเวย์ กุนซือคริสตัล พาเลซ พูดถึงซาฮา เมื่อปี 2012

ช่วงปิดฤดูกาล 2011-2012 ซาฮาได้รับการโหวตให้เป็นดาวเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของฟุตบอล ลีก (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน และลีก ทู) และคริสตัล พาเลซ ก็มอบรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรให้กับเขาเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันด้วย

เกียรติประวัติและรางวัลส่วนตัวของ วิลฟรีด ซาฮา
wilfried-zaha-trophy

สโมสร คริสตัล พาเลซ
แชมป์การแข่งขันแชมเปี้ยนส์ชิพเพลย์ออฟ : 2013
สโมสร Manchester United

แชมป์เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ : 2013
รางวัลส่วนตัว
นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน : ตุลาคม 2012, สิงหาคม 2018
ทีมยอดเยี่ยม แชมเปี้ยนส์ชิพ ประจำซีซั่น : 2012-2013
นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี : 2013
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ สโมสร คริสตัล พาเลซ : 2015-2016, 2016-2017, 2017-2018