ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (Pierre-Emerick Emiliano François)

August 25, 2020 By admin 0

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หรือ ปีแยร์-แอเมอริก เอมีลียาโน ฟร็องซัว โอบาเมอย็องก์ เกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1989 เป็นลูกชายของ ปิแอร์ โอบาเมยอง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติกาบอง เขาเกิดและเติบโตในเมืองลาวาล ประเทศฝรั่งเศส โดยเขาได้รับการสนับสนุนและถูกผลักดันเข้าสู่วงการฟุตบอลจากผู้เป็นพ่อ โดย โอบาเมยอง ได้เข้าทีมเยาวชนของสโมสรท้องถิ่นตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น จนกระทั่ง ปิแอร์ ผู้เป็นพ่อได้เข้าไปรับงานเป็นแมวมองของสโมสร เอซี มิลาน เขาจึงถูกดึงตัวไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของ ปีศาจแดง-ดำ ตอนอายุ 17 ปี โดยเขาสามารถโชว์ฟอร์ม ในการเป็นศูนย์หน้าได้ที่สโมสรแห่งนี้จากการทำประตูอย่างไม่หยุด แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดคิดว่าเขาจะเป็นศูนย์หน้าที่ดีของสโมสร เอซีมิลาน ได้อย่างแน่นอน ทำให้ โอบาเมยอง เริ่มไม่มีความสุขกับสโมสรแห่งนี้และเริ่มคิดถึงเรื่องการย้ายออกจากสโมสร

ในปี 2011 สโมสร เอซี มิลาน ได้ตัดสินใจขาย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ให้กับสโมสร แซงต์ เอเตียน ด้วยค่าตัวเพียง 1 ล้านยูโร ซึ่งการที่เขาได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรแห่งนี้ทำให้เขาสามารถแจ้งเกิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยในฤดูกาลแรกที่เขาได้ย้ายมาอยู่กับ แซงต์ เอเตียน เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าคนสำคัญของทางสโมสรได้อย่างรวดเร็ว โดยในฤดูกาล 2011-2012 เขาสามารถทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 18 ประตูพร้อมกัน ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของเหล่าสาวกอย่างมากมาย

จนในฤดูกาล 2012-2013 ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของ โอบาเมอย็องก์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศสเลยที่เดียว เพราะเขาสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอด ด้วยการทำยิงไปทั้งหมด 19 ประตู และยังเป็นรองดาวซัลโว โดยเป็นรองเพียงแค่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลังจากจบซีซั่น 2012-2013 ไม่นานเขาเริ่มได้รับความสนใจจากสโมสรมากมายในทวีปยุโรป ก่อนที่ตัวเขาจะตัดสินใจย้ายไปเล่นใน บุนเดสลีก้า ของประเทศเยอรมัน

หลังจบฤดูกาล 2012-2013 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ได้ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดทีมแห่งศึก บุนเดสลีก้า ในประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2013 ด้วยราคา 15 ล้านยูโร เพราะต้องการหาประสบการณ์ใหม่บนเวทีการแข่งขันที่ใหญ่มากยิ่งขึ้นและอยากลงเล่นในรายการสำคัญในทวีปยุโรปอย่าง UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก เขาสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้รับโอกาสในการลงสนาม เขาได้พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วภายใต้คำแนะนำจาก เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ กุนซือของ ดอร์ทมุนด์ ในเวลานั้น

ด้วยความเร็วและความเฉียบคมที่เริ่มมีมากขึ้นในตัวเขานั้น ทำให้สื่อในเมืองเบียร์เริ่มเป็นที่รู้จักและเชิดชูเขาขึ้นไปเปรียบเทียบอยู่ในระดับเดียวกับกองหน้าระดับตำนานหลายๆ คน ทำให้บรรดาสาวกเสือเหลืองเริ่มรู้สึกอุ่นใจที่มีเขาอยู่ในสนาม เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ฤดูกาลก็สามารถกลายมาเป็นตัวหลักของสโมสรได้สำเร็จ นอกจากการทำประตูที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับนักเตะระดับตำนานได้แล้วนั้น โอบาเมยอง ยังชอบแสดงท่าดีใจแปลกๆ ทั้งการสวมหน้ากากซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ และการตีรังกาทั้งหลายๆ

แต่หลังจากที่ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ ได้อำลาสโมสรไป นักเตะภายในทีมก็เหมือนจะเล่นแบบไม่มีใจสักเท่าไหร่ ทำให้นักเตะตัวสำคัญของทีมหลายๆ รายเลือกที่จะย้ายออกจากสโมสร แต่ในทางกลับกันนั้น เขากลับทำผลงานได้อย่างดีสวนทางกับผลงานของทีมเป็นอย่างมาก และไม่นานมากนักเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะยื่นเรื่องถึงบอร์ดบริหารของสโมสรเพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการย้ายออกจากสโมสร

หลังจากที่เขาได้ขอทางสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ขึ้นบัญชีขายแล้วนั้นในใจของ โอบาเมยอง ได้แต่ภาวนาให้ราชันชุดขาว ราชันชุดขาว ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาหาเขา แต่ก็ไร้วี่แววจากทีมดังในเมืองสเปน เพราะในเวลานั้น ราชันชุดขาว นั้นมีผู้เล่นดีๆ อย่างมากมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วเป็นทางสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ ที่สามารถซื้อตัวเขาไปครอบครองได้สำเร็จ โดยเธียร์รี่ อองรี่ ได้เอ่ยปากแนะนำกับทางสโมสรให้รีบดึงตัวสไตเกอร์รายนี้เขารวมทีม เพราะคาดว่านี่คือนักเตะคนสำคัญที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมได้

ซึ่ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ก็ไม่ได้ทำให้หัวหอกระดับตำนานของทัพปืนใหญ่เสียใจแม้แต่อย่างใด โดยการย้ายมาอยู่กับ ไอ้ปืนใหญ่ ครั้งนี้ ตัวเขาเลือกที่จะสวมหมายเลข 14 ซึ่งเป็นเบอร์ของนักเตะระดับตำนานที่ได้แนะนำเขาให้กับสโมสรแห่งนี้ โอบาเมยอง ได้กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะช่วยให้สโมสรกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยการที่เขาเลือกใส่เสื้อหมายเลขเดียวกับ เธียร์รี่ อองรี นั้นเพราะเป็นตัวของเขามีความชื่นชอบในตัวสไตเกอร์ระดับตำนานรายนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งในฤดูกาลแรกที่เขาได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมนั้นเขายังคงต้องใช้เวลาในการปรับตัวเป็นอย่างมาก เพราะสไตล์และเทคนิควิธีการเล่นที่ไม่คุ้นชิน ทำให้ตัวของ โอบาเมยอง เริ่มที่จะหมดความมั่นใจบ้างเล็กน้อย

จนกระทั่งเขาสามารถปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมทั้งในเรื่องของภาษาและเทคนิควิธีการเล่นต่างๆ ได้นั้น ทำให้เขากลับกลายมาเป็น โอบาเมยอง ศูนย์หน้าตัวสำคัญของทางสโมสรได้สำเร็จ โดยเขาได้มีคู่หูในแดนหน้าที่มักจะช่วยกันถล่มประตูในทุกๆ เกมคือ อาแล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ต สไตเกอร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่ง Season ล่าสุดนี้ เขาทั้ง 2 ได้มีส่วนในการเก็บชัยชนะให้กับทางสโมสรได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังช่วยดึงความสามารถของผู้เล่นภายในทีมหลายๆ คนออกมาได้อย่างสุดยอด จนสามารถนำทีมเข้าชิงชนะเลิศในศึก UEFA ยูโรป้าลีก แต่ก็ต้องพลาดแพ้ให้กับทางสโมสรสิงห์สำอางเพื่อนร่วมลีกไปถึง 4-1 ไม่สามารถคว้าแชมป์มาครอบครองได้สำเร็จ

ในวัยเด็ก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ได้ถูกรับเชิญให้เขาไปเล่นในทีมชาติอิตาลีชุดเยาวชน 19 ปี ในช่วงที่เขายังเล่นให้กับทาง เอซี มิลานอยู่ แต่ตัวเขากลับเลือกที่จะเล่นให้กับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี ของทีมชาติฝรั่งเศส ในการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติ ตูนิเซีย จนกระทั่งทีมชาติกาบองได้เรียกตัวเขาให้เขามาเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งนี่นับเป็นความฝันของตัวเขาที่ได้เล่นให้กับทีมชาติเดียวกันกับผู้ตัวเป็นพ่อ และในปี 2012 เขาสามารถนำทีมชาติกาบองเข้าทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึก แอฟริกาคัพ 2012 ได้สำเร็จ และนอกจากนี้ โอบาเมยอง ยังเป็นดาวซัลโวในการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์นี้ได้อีกด้วย ทำให้ในทุกวันนี้นี้เขาถือเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดของทีมชาติกาบองไปแล้ว

เกียรติประวัติส่วนตัว
สโมสร แซงต์ เอเตียน
Coupe de la Ligue : 2012-2013
สโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
DFB-Pokal : 2016-2017
DFL-Supercup : 2013, 2014
รางวัลส่วนตัว
Ligue 1 Best African Player: 2012–13
Ligue 1 Team of the Year: 2012–13
CAF Team of the Year: 2013, 2014, 2015, 2016, 2018
Prix Marc-Vivien Foé: 2013
UEFA Europa League Squad of the Season: 2015–2016, 2018–2019
Borussia Dortmund Player of the Season: 2014–2015
Bundesliga Team of the Year: 2016–17
African Footballer of the Year: 2015
Bundesliga Player of the Year: 2015–2016
Facebook FA Bundesliga Player of the Year: 2016
Bundesliga Top Goalscorer: 2016–2017 (31 goals)
Premier League Player of the Month: October 2018
Premier League Golden Boot: 2018–2019